NEWS

เจาะลึกกฎหมาย / การจัดการแรงงาน / ข้อควรรู้เกี่ยวกับระยะเวลาการจ้างทดลองงาน

การที่บริษัทจะจ้างลูกจ้างคนหนึ่งเพื่อมาทำงานนั้นเป็นเรื่องสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมาก เพราะลูกจ้างที่จะเข้ามาทำงานนั้นแต่ละคนมีความรู้ความสามารถ ลักษณะนิสัย ที่แตกต่างกันไป ถ้าบริษัทจ้างเข้ามาแล้วลูกจ้างคนนั้นไม่สามารถทำงานได้ตามที่บริษัทคาดหวังไว้ บริษัทย่อมเกิดความเสียหาย ดังนั้น โดยทั่วไป บริษัทส่วนใหญ่มักจะกำหนดระยะเวลาการจ้างทดลองงาน (Probation) ให้แก่ลูกจ้าง เพื่อจะได้มีเวลาในการประเมินว่าลูกจ้างคนนั้นมีความเหมาะสมกับบริษัทหรือไม่ อย่างไรก็ดี เพื่อที่นายจ้างจะดำเนินการจ้างทดลองงานได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ  นายจ้างควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของระยะเวลาการจ้างทดลองงาน ในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. นายจ้างมีสิทธิที่จะกำหนดระยะเวลาการจ้างทดลองงานได้นานเท่าไหร่?

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541(พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ) ไม่ได้กำหนดขอบเขตของระยะเวลาการจ้างทดลองงานไว้ ดังนั้น นายจ้างมีสิทธิที่จะกำหนดระยะเวลาจ้างทดลองงานนานเท่าใดก็ได้ตามที่ตกลงกับลูกจ้าง เช่น นายจ้างอาจตกลงกับลูกจ้างโดยกำหนดให้มีระยะเวลาทดลองงาน  6 เดือน หรือมีกำหนดระยะเวลาการจ้างทดลองงาน 119 วัน เป็นต้น อย่างไรก็ดี นายจ้างส่วนใหญ่มักกำหนดระยะเวลาการจ้างทดลองงานไว้ตั้งแต่ 90 วัน จนถึง 119 วัน เพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างที่ไม่ผ่านการทดลองงาน

  1. นายจ้างประสงค์ที่จะเลิกจ้างลูกจ้างในระหว่างการทดลองงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างหรือไม่?

ตามมาตรา  118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ได้กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งถูกเลิกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน หรือมากกว่า 120 วันขึ้นไป โดยระยะเวลาทำงานของลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงานจะนับระยะเวลาการทำงานตั้งแต่วันเข้าทำงานไม่ว่าจะมีการทดลองงานหรือไม่จนถึงวันเลิกจ้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2550) หรืออาจกล่าวได้ว่า ในการเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงาน นายจ้างก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับการเลิกจ้างลูกจ้างที่ผ่านการทดลองงานจนได้เข้าทำงานกับนายจ้างแล้ว ดังนั้น หากนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในระหว่างการทดลองงานแต่ลูกจ้างรายนั้นได้ทำงานครบ 120 วัน หรือมากกว่า  120 วันขึ้นไป นายจ้างมีหน้าต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง

นอกจากนี้ กรณีที่นายจ้างต้องการขยายระยะเวลาทดลองงานเพิ่มเติม(ต่อโปร) เนื่องจากว่านายจ้างอาจจะยังไม่สามารถประเมินความเหมาะสมของลูกจ้างคนดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาจ้างทดลองงานปกติ กรณีเช่นนี้นายจ้างสามารถกำหนดระยะเวลาการจ้างทดลองงานเพิ่มเติมได้ แต่หากระยะเวลาการจ้างทดลองงานที่ขยายออกไปรวมแล้วส่งผลทำให้ลูกจ้างต้องทำงานทดลองงานครบ 120 วัน หรือมากกว่า  120 วันขึ้นไป นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างทดลองงานซึ่งเลิกจ้างตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ  เช่นกัน

ตัวอย่าง

บริษัท เขียว จำกัด ได้ตัดสินใจว่าจ้างนายแดงมาทำงานในตำแหน่งพนักงานขาย เริ่มงานวันที่ 1 มกราคม 2563 กำหนดชำระค่าจ้างทุกวันที่ 30 ของทุกเดือน โดยมีระยะเวลาทดลองงาน 119 วัน เมื่อนายแดงทำงานไปได้ 3 เดือน บริษัทเห็นว่านายแดงไม่มีความสามารถเหมาะสมกับการทำงาน จึงให้นายแดงออกจากงาน กรณีนี้ บริษัทไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่นายแดงเพราะนายแดงยังทำงานน้อยกว่า 120 วัน ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ

แต่หากบริษัทเห็นว่ายังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่านายแดงจะผ่านการทดลองงานหรือไม่ แม้เวลาใกล้จะครบ 119 วันตามกำหนดแล้วก็ตาม บริษัทจึงตัดสินใจให้นายแดงทดลองงานต่อไปอีก 3 เดือนหลังจากครบกำหนดระยะเวลาการจ้างทดลองงานครั้งแรก แม้ต่อมานายแดงจะได้ทดลองงานเพิ่มอีก 3 เดือนแล้วก็ตาม บริษัทก็ยังเห็นว่า นายแดงไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงานจึงให้นายแดงไม่ผ่านการทดลองงานและเลิกจ้างนายแดง ในกรณีนี้ บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างให้แก่นายแดงตามมาตรา118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ เพราะนายแดงทำงานมาเกิน 119 วันแล้วนั่นเอง

 

  1. นายจ้างจะให้ลูกจ้างไม่ผ่านการทดลองงาน ต้องทำอย่างไรจึงถูกต้องตามกฎหมาย?

ในบางครั้ง แม้บริษัทจะพยายามสรรหาลูกจ้างที่เหมาะสมเข้ามาทำงานอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม ลูกจ้างคนดังกล่าวอาจไม่มีความสามารถหรือคุณสมบัติเหมาะสมกับงานของบริษัทจึงทำให้บริษัทตัดสินใจที่จะให้ลูกจ้างคนนั้นไม่ผ่านการทดลองงาน ในกรณีนี้ การให้ไม่ผ่านการทดลองงานนั้น ในทางกฎหมายแล้วก็ถือเป็นการเลิกจ้างเช่นกัน ดังนั้น จึงต้องทำการบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งรอบการจ่ายเงินเดือน เพื่อให้การเลิกจ้างมีผลในรอบการจ่ายเงินเดือนถัดไป มิเช่นนั้นแล้ว นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้กับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง แม้ลูกจ้างรายนั้นจะยังทำงานไม่เกิน 119 วันก็ตาม

โดยการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนเลิกจ้างนั้น ได้ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 17 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน โดยนายจ้างนั้นต้องบอกกล่าวการเลิกจ้างเป็นหนังสือให้แก่ลูกจ้างนั้นในวันที่ถึงกำหนดการจ่ายค่าจ้าง หรือ ก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้าง เพื่อให้การเลิกจ้างนั้นมีผลในวันครบกำหนดจ่ายค่าจ้างรอบถัดไป แต่การบอกกล่าวล่วงหน้านั้นไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกิน 3 เดือน

ตัวอย่าง

จากกรณีตามตัวอย่างด้านบน หากบริษัทเขียวตัดสินใจให้นายแดงไม่ผ่านการทดลองงานและจะเลิกจ้างนายแดง โดยในกรณีนี้มีกำหนดชำระค่าจ้างทุกวันที่ 30 ของทุกเดือน บริษัทจะต้องออกหนังสือเลิกจ้างให้แก่นายแดงภายในหรือก่อนวันที่ 30 มีนาคม ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการจ่ายค่าจ้าง เพื่อให้การเลิกจ้างมีผลวันที่ 30 เมษายน แต่หากบริษัทต้องการให้นายแดงออกจากงานทันทีในวันที่ 30 มีนาคม บริษัทอาจจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นจำนวนที่นายแดงจะได้รับหากทำงานถึงวันที่30 เมษายน ให้แก่นายแดง เพื่อให้นายแดงออกจากงานทันทีในวันที่ 30 มีนาคม ก็สามารถทำได้

 

  1. นายจ้างทำสัญญาจ้างทดลองงานกับลูกจ้างโดยกำหนดระยะเวลาทดลองงานไว้ชัดแจ้งแต่เมื่อครบกำหนดแล้วนายจ้างไม่ต่อสัญญาได้ไหม?

ปกติแล้วสัญญาจ้างทั่วไปบริษัทมักจะทำเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา โดยระบุระยะเวลาทดลองงานไว้ไม่เกิน 119 วัน หากลูกจ้างไม่ผ่านการทดลองงาน นายจ้างก็ต้องแจ้งล่วงหน้าตามที่อธิบายไปด้านบน แต่ในบางกรณีที่บริษัทอาจทำสัญญาจ้างที่กำหนดแต่ระยะเวลาทดลองงาน โดยระบุว่าหากครบกำหนดแล้วบริษัทจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะจ้างลูกจ้างเข้าทำงานถาวรหรือไม่ สัญญาประเภทนี้เรียกว่า  “สัญญาทดลองงาน”

แม้สัญญาจ้างทดลองงานจะกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้ชัดเจนก็ตาม สัญญาดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาซึ่งจะสิ้นสุดไปเมื่อครบกำหนดระยะเวลาโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 17 วรรคแรกของพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพราะในวรรคสองของมาตรา 17 ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าให้สัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ดังนั้น การที่บริษัทไม่ต่อสัญญากับลูกจ้างโดยไม่เซ็นสัญญาจ้างถาวรกับลูกจ้าง ก็ถือว่าเป็นการเลิกจ้างซึ่งต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ มิเช่นนั้นนายจ้างต้องทำการจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเหมือนกับกรณีที่กล่าวไว้ในข้อ 3 เช่นกัน

ตัวอย่าง

จากกรณีตัวอย่างในข้อที่ผ่านมา บริษัทเขียว ได้ว่าจ้างนายแดงโดยทำเป็นสัญญาจ้างทดลองงานแทนโดยกำหนดระยะเวลาในสัญญาไว้ที่ 119 วัน เมื่อนายแดงทำงานไปจนครบ 119 วัน บริษัทตัดสินใจไม่ต่อสัญญาให้ กรณีนี้ถือว่าบริษัทได้เลิกจ้างนายแดง ไม่ใช่กรณีของการที่สัญญาจ้างสิ้นสุดลงเพราะสิ้นสุดระยะเวลาแต่อย่างใด ในกรณีนี้ บริษัทต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้นายแดงด้วย

 

ตัวอย่างคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2550 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสอง ไม่มีข้อยกเว้นว่าการเลิกจ้างในระหว่างการทดลองงานตามสัญญาจ้างทดลองงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างไม่ได้บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าเป็นหนังสือให้โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้า จำเลยที่ 1 จึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 ไม่ได้บัญญัติยกเว้นให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งถูกเลิกจ้างในระหว่างการทดลองงานหรือตามสัญญาจ้างทดลองงานจึงต้องนับระยะเวลาการทำงานตั้งแต่วันเข้าทำงานเป็นลูกจ้างจนถึงวันเลิกจ้างเป็นระยะเวลาทำงานเพื่อเป็นฐานในการจ่ายค่าชดเชย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8800/2547  ตามสัญญาจ้างแรงงาน โจทก์ตกลงจ้างจำเลยที่ 2 ทำงานโดยมีระยะเวลาการทดลองงาน 120 วัน หากผ่านการทดลองงานโจทก์จะจ้างต่อไป ถ้าไม่ผ่านการทดลองงานโจทก์สามารถเลิกจ้างได้ หรืออาจให้จำเลยที่ 2 ทดลองงานต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งไม่แน่นอนว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดเมื่อใด จึงเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 17 วรรคสอง ดังนี้ เมื่อครบกำหนดเวลาทดลองงาน 120 วัน แล้ว โจทก์ยังให้จำเลยที่ 2 ทำงานต่อไปอีก 20 วัน และต่อมาเลิกจ้างจำเลยที่ 2 ด้วยสาเหตุไม่ผ่านการทดลองงาน เท่ากับโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ทดลองงานต่อไปอีก 20 วัน ตามสัญญานั่นเอง เมื่อโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 2 ในระหว่างทดลองงานอันเนื่องมาจากจำเลยที่ 2 ไม่ผ่านการทดลองงาน โจทก์จึงต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้จำเลยที่ 2 ทราบเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใดเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญกันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป การที่โจทก์มีหนังสือลงวันที่ 17 ตุลาคม 2545 บอกเลิกจ้างจำเลยที่ 2 โดยให้มีผลเป็นการเลิกจ้างในวันที่ 25 ตุลาคม 2545 จึงเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้จำเลยที่ 2 และเมื่อจำเลยที่ 2 ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 2 ด้วยเหตุไม่ผ่านการทดลองงาน จึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 119

 

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า แม้นายจ้างจะกำหนดระยะเวลาการจ้างทดลองงานเพียงสั้นๆแค่ 3-4 เดือน แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาที่มีความสำคัญที่บริษัทซึ่งเป็นนายจ้างควรจะต้องทราบไว้ เพราะหากบริษัทเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงานโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด  ลูกจ้างอาจหยิบยกประเด็นปัญหาข้างต้นมาเป็นคดีความฟ้องร้องต่อบริษัทได้ ทำให้บริษัทต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ตลอดจนอาจจะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างทดลองงานนั้นด้วย

 

Poom Kerdsang

Surinthorn Pamornchokprasop